ปลุกกระแสเกลียดชังใช้ภาพวีรชน 6 ศพ ในวัดปทุม ปี 53 บิดเบือนเป็นภาพศพนักศึกษารามเมื่อวานนี้

ลองหาใน Google บ้างนะ …. 6 ศพ วัดปทุม

หาใน Google ว่า 6 ศพวัดปทุม

Advertisements

นิตยสารไทม์เขียนถึงประชาธิปัตย์และม็อบสุเทพ

หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อเขียนของนิตยสารไทม์ ซึ่งวิเคราะห์ถึงพรรคประชาธิปัตย์ และม็อบ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่า

นิตยสารไทม์ชำแหละ ปชป. โยงม็อบเทือก

วันที่ 28 พ.ย. เว็บไซต์นิตยสารไทม์ ของสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย หัวข้อเรื่อง”พรรคประชาธิปัตย์ของไทย ชื่อพรรคนี้ตั้งผิดอย่างฮา” (Thailand’s Democrat Party Is Hilariously Misnamed) พร้อมโปรยใจความว่า อย่าไปเชื่อการพูดถึง “ปฏิวัติประชาชน” ของกลุ่มเสื้อเหลือง – สิ่งที่เรียกร้องนั้นไม่ใช่เรื่องอื่นใดที่ต่างจากการยึดอำนาจ Don′t believe Yellow Shirt talk of a “people′s revolution” — what′s being demanded is nothing short of a putsch เขียนโดย ชาร์ลี แคมป์เบล

เนื้อหาของบทความชิ้นนี้ระบุว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่แสดงผ่านสีเสื้อปะทุขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเรียกกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ว่ากลุ่มเสื้อเหลือง เป็นกลุ่มที่บุกยึดอาคารราชการ ของรัฐบาลในเมืองหลวง และศาลากลางจังหวัดอื่นๆ อีกอย่างน้อย 19 จังหวัด เพื่อเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเสื้อแดง ลงจากตำแหน่ง

ในความเห็นของกลุ่มเสื้อเหลือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ วัย 46 ปี เป็นหุ่นเชิดของพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ หลังจากถูกรัฐประหารในปี 2549 และต้องโทษจำคุก 2 ปี ในข้อหาคอร์รัปชั่น คลื่นคนเสื้อเหลืองก่อตัวขึ้นจากร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ตอนนี้ระงับไว้แล้ว ว่าจะเปิดทางให้พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน และความพยายามของน.ส.ยิ่งลักษณ์ที่จะรวมอำนาจด้วยการปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของวุฒิสภา

ในวันอังคารที่ 26 พ.ย. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องการปฏิวัติประชาชนอีกครั้ง และให้สภารอยัลลิสต์ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เข้ามาแทนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มาจากการเลือกตั้ง นายสุเทพพยายามแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีจุดมุ่งหมายส่วนตัว ด้วยการประกาศว่าจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต ขณะที่มีหมายจับนายสุเทพในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการผิดกฎหมายออกมาแล้ว

ยิ่งเวลาผ่านมายิ่งเป็นเหมือนละคร แต่สิ่งที่เกิดในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ราชอาณาจักรแห่งนี้เป็นจุดหมายสุดหรูของนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทุกปี ขณะที่เป็นผู้ส่งออกข้าว รายใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สำคัญชัดเจนไปกว่านั้น ประชาธิปไตยของไทยเป็นตัวอย่างกับประชากรอื่นๆ ในชาติเพื่อนบ้าน พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม หลังจากเฝ้ามองด้วยสายตาอิจฉาการเจริญเติบโตของไทยมานาน

กระทั่งการมาของพรรคชื่อกลับตาลปัตรว่าพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ท่ามกลางผู้ปฏิบัติ ในระบอบประชาธิปไตยที่แย่ที่สุด กลุ่มเสื้อเหลืองหลายหมื่นคนออกมาเดินขบวนไปทั่วประเทศ แต่กลับเรียกร้องสภารอยัลลิสต์ ที่ดูจะเป็นการปฏิวัติประชาชนได้ยาก

ถ้าจะพูดถึงคนที่แสดงถึงการใช้พลังประชาชนแล้วล่ะก็นั่นคือผู้ลงคะแนนเสียง15 ล้านเสียงที่เลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยในเดือนกรกฎาคม 2554 และพรรคการเมืองที่พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนก็ชนะการเลือกตั้งก่อนหน้าด้วยเสียงส่วนใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง นโยบายประชานิยมของพ.ต.ท.ทักษิณช่วยทำให้คนในชนบทหลายล้านพ้นจากความยากจน และยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนับจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475

แน่นอนว่า มีเหตุผลมากมายที่จะต่อต้านมหาเศรษฐีพันล้านคนนี้ ไม่ว่า การทำสัญญาธุรกิจหลายอย่างในช่วงที่อยู่ในตำแหน่ง จนเกิดข้อครหาว่าขาดจริยธรรม ส่วนสงครามกวาดล้างยาเสพติดทำให้มีการฆ่าตัดตอน 2,800 ศพ ภาพของพ.ต.ท.ทักษิณที่กำกับผู้ประท้วงจากนครรัฐดูไบ แดนสวรรค์ ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงเสี่ยงกับการถูกจับกุม ความรุนแรง รวมถึงเสี่ยงตาย ไม่ได้ทำให้เป็นฮีโร่แต่อย่างใด แต่การที่ฝ่ายค้านล้มเหลวที่จะดึงจุดอ่อนเหล่านี้มาใช้ กลับเป็นเรื่องน่าฉงน

“เรามักพูดถึงทักษิณว่า เขาขี้โกง ละเมิดอำนาจ แต่เขาก็ยังชนะการเลือกตั้ง ดังนั้นเราน่าจะเริ่มตั้งคำถามถึงฝ่ายต่อต้านเขาบ้าง” นายธิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงส่วนใหญ่ครั้งสุดท้ายเมื่อปี2535 แรงสนับสนุนของพรรคมีฐานเป็นชนชั้นกลาง กรุงเทพฯ ที่ศาสตราจารย์เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ อธิบายว่า “ขี้กลัว เห็นแก่ตัว ไร้มารยาท บริโภคนิยม และไม่มีวิสัยทัศน์ถึงอนาคตของประเทศที่เหมาะสม” พรรคนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนในชนบทที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นเขตแดนของคนเสื้อแดง และกลุ่มคนที่ยังลังเลตอนเข้าคูหา

แทนที่จะพัฒนานโยบายและแผนงานทางการเมืองที่จะเอาชนะเสียงของคนชนบท กลับทำเหินห่างจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เป็นแกนหลัก ด้วยการเรียกหาพันธมิตรผู้ทรงอำนาจอื่น เช่น ทหาร หรือฝ่ายตุลาการ มาทำลายคู่ต่อสู้

รูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลที่พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นก็ถูกโค่นโดยกลไกของกลุ่มชนชั้นสูงในการรัฐประหารปี 2549 ต่อมา ปี 2551 พรรคพลังประชาชนก็ถูกยุบโดยศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ประท้วงออกมาบนท้องถนน เกิดการนองเลือดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และพรรคที่พ.ต.ท.ทักษิณก็ชนะการเลือกตั้งอีก

แม้ว่าการตัดสินใจในนโยบายภายในประเทศที่ไม่ได้รับความนิยมกัดกร่อนความนิยมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาสั่งการสลายการชุมนุมปี 2553 ระหว่างอยู่ในตำแหน่ง ก็ไม่อาจทำอะไรได้ในการลงมติไม่ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวันพฤหัสฯ ส่วนการยึดสถานที่ราชการของกลุ่มเสื้อเหลืองก็ส่งผลตรงข้ามกับที่ตั้งใจไว้

“ยิ่งลักษณ์คว้าในสิ่งที่คล้ายกับชัยชนะซึ่งพลิกจากความพ่ายแพ้ในนาทีสุดท้ายอย่างฉิวเฉียด”นายเบนจามิน ซาวักกีที่ปรึกษาอาวุโสด้านกฎหมายของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขององค์กรด้านสิทธิมนุษยชนICJกล่าวและว่าสำหรับนายสุเทพนั้นดูเหมือนจะทำล้ำเส้นไปแล้ว

ด้านกลุ่มสาขาของพรรคเพื่อไทยคุมเชิงอยู่อีกด้านในสถานการณ์อลเวงนี้ กลุ่มที่ภักดีต่อพ.ต.ท.ทักษิณชุมนุมกันอยู่ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานและนัดชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์นี้

หลายคนหวังว่าความขัดแย้งของกลุ่มสีเสื้อจะยุติลงหลังเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือนเมษาฯ-พฤษภา2553 ในใจกลาง กรุงเทพฯที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ100ศพและบาดเจ็บกว่า2,000คน แต่น่าเสียใจที่สัญญาณต่างๆ ดูเหมือนจะเพิ่มความตึงเครียดขึ้น แม้ว่าวันที่ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันสำคัญของประเทศไทยใกล้เข้ามาแล้ว มีบางคนเชื่อว่านายสุเทพไม่ต้องการให้การชุมนุมนี้ไปขัดช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ตามการวิเคราะห์ของซาวักกีว่า “การเพิ่มสถานการณ์ให้ตึงเครียดนั้นก็ทำด้วยความหวังว่าจะมีรัฐประหาร หรืออย่างน้อยก็มีการประกาศกฎอัยการศึกชั่วคราว”

นี่เป็นการเมืองแบบรุนแรง พรรคประชาธิปัตย์อาจรักษาการใช้ชื่อตัวเองต่อไปได้ แต่การเห็นผู้สนับสนุนมากมายของพรรคเปลี่ยนสีเสื้อจากสีเหลืองเป็นสีดำนั้นเป็นงานถนัดที่แปลกจริงๆ

อ้างลูกพ่อขุนสมุนม็อบคนดีสุเทพประชาธิปัตย์ใช้ธงชาติและธงสัญลักษณ์ทุบตีรถประจำทางข่มขู่ประชาชน

พี่น้องภาคใต้ร่วมแสดงพลังและแถลงการณ์สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

เครือข่ายผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคม สตรี เยาวชน และพี่น้องประชาชน ผู้รักสันติ รักประชาธิปไตยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 2,000 คน ร่วมแถลงการณ์ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญไทย พร้อมมอบดอกไม้แก่พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขา ศอ.บต. และข้าราชการในพื้นที่ให้มีกำลังใจในการแก้ปัญหาอย่างสันติสุขและประเทศชาติต่อไป

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน SPECIAL 1-3

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน SPECIAL เบรค 1
รอง นรม.และรมว.คลัง กิตติรัตน์ และ รอง นรม.ปลอดประสพ ชี้แจงภาพรวมเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ความโปร่งใสของโครงการ การกู้เงิน การแก้ พรบ.รัฐวิสาหกิจ

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน SPECIAL เบรค 2
รมว.คมนาคมชัชชาติ และ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สุรนันทน์ ชี้แจงเรื่องการประชาสัมพันธ์โครงการสร้าง¬อนาคตไทย 2020 การลงทุนโครงการ 2 ล้านล้าน รถไฟไปไหนบ้าง นายกจะยุบสภาหรือไม่

รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน SPECIAL เบรค 3
รมต.ประจำสำนักนายกฯ และรมช.เกษตรฯ วราเทพ ชี้แจงเรื่อง การทำงานในสภา การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ การสรุปของฝ่ายค้านในสภาฯ

หยุดบิดเบือนข่าวสาร-หยุดสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน

กรณีภาพคนเสื้อแดงชูป้ายมีรูปถ่ายท่านสมเด็จฮุนเซ็น และข้อความว่า WE  LOVE  HUN  SEN และ WE  LOVE  COMBODIA

กรณีภาพคนเสื้อแดงชูป้ายมีรูปถ่ายท่านสมเด็จฮุนเซ็น และข้อความว่า WE  LOVE  HUN  SEN และ WE  LOVE  COMBODIA นั้น ถูกเผยแพร่และส่งต่ออย่างมากมายในโซเชียลเน็ทเวิร์ค และสังคมออนไลน์ ระบุว่าเป็นการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 19/11/56 ที่ผ่านมา โดยมีการแสดงความคิดเห็นต่อภาพดังกล่าวในทางที่รุนแรง และเกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชนที่ไม่รับทราบข้อมูลจริง ว่าแท้จริงแล้วภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าในการแข่งฟุตบอลกระชับมิตร เสื้อแดง-กัมพูชา ณ สนามกีฬา ในประเทศกัมพูชา  เมื่อวันที่ 24/9/54 เราเชื่อว่าประชาชนทุกคนมีสติปัญญาและวิจารณญานเท่าเทียมกันในการพิจารณาเหตุผล และยกย่องในการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของพี่น้องคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะสวมเสื้อสีอะไร เห็นเหมือน หรือแตกต่าง ความขัดแย้งทางความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองและการปกครองในประเทศไทยทุกวันนี้ ควรต่อสู้ และแก้ไขด้วยข้อเท็จจริง เหตุผล กติกาที่เป็นสากลยอมรับร่วมกัน ตามกระบวนการที่โปร่งใสและยุติธรรมอย่างแท้จริง มิใช่การบิดเบือนข่าวสาร ใส่ไคล้ ก่นด่า และสร้างความเกลียดชังขึ้นในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง นั่นถือเป็นการดูถูกสติปัญญาของเพื่อนร่วมสังคม เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ ที่มีความคิดและไตร่ตรองเหตุและผลได้ด้วยตนเองเช่นกัน เสมือนหนึ่งเขาเหล่านั้น จะชักจูงให้แสดงความเกรี้ยวกราดต่อพี่น้องร่วมชาติ ด้วยข้อมูลยกเมฆแหกตาอย่างไรก็ได้

เราเชื่อมั่นว่าพี่น้องคนไทยทุกคน มิได้มีพื้นฐานจิตใจเป็นคนที่แข็งกระด้าง

และขาดสามัญสำนึกที่ดีเช่นนั้น

เราขอประนามผู้ที่บิดเบือนข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเกลียดชังขึ้นในหมู่ประชาชน

เราขอขอบคุณผู้ที่แก้ไขและหยุดส่งต่อข่าวที่บิดเบือน

เราขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ดีและมีความรับผิดชอบ

เราขอขอบคุณจากใจที่ร่วมกันให้ความจริงแก่สังคม

Laddawan Wongsriwong

ขอเชิญติดตามข่าวสารและเรื่องราวที่เป็นประโยชน์แก่สังคม จากเพจใหม่ของท่านอดีตรัฐมนตรี ลดาวัลลิ์ วงศ์ศร๊วงศ์ ใน Facebook ครับ เข้าไปกด Like เพื่อติดตามได้นะครับ